ความแตกต่างในประสิทธิภาพ ของจักรยานเสือภูเขาแต่ละระดับ
October 10, 2014 — 14:53

จักรยานเสือภูเขา

ในส่วนของประสิทธิภาพของจักรยานเสือภูเขา ถือได้ว่าเป็นจักรยานที่มีประสิทธิภาพโดดเด่น แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ในส่วนของจักรยานเสือภูเขา อาจจะถูกแบ่งออกเป็น 2 ระดับด้วยกัน เพราะประสิทธิภาพของจักรยานเสือภูเขานั้น ย่อมมีความแตกต่างกันมากพอสมควรเลยทีเดียว ซึ่งเราอาจจะต้องคิดถึงในปัจจัยหลัก ๆ ก่อนทำการเลือกซื้ออยู่เสมอ ๆ เพราะอย่างน้อย การออกกำลังกายแบบธรรมดาด้วยจักรยานเสือภุเขาอย่างปกติทั่วไป อาจจะมีวงเงินไม่เกิน 10,000 – 15,000 บาท ก็น่าจะเพียงพออย่างมากแล้ว

ซึ่งในส่วนของจักรยานเสือภูเขาซึ่งอยุ่ในวงเงินระดับนี้ อาจจะมีอุปกรณ์ในระดับพื้นฐานเพียงเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็น เกียร์ 21 – 24 ซึ่งเกียร์อาจจะไม่มีระบบรองรับการสั่นสะเทือน แต่สำหรับในส่วนของจักรยานเสือภูเขาอีกประเภทหนึ่งหรืออีกระดับหนึ่งนั้น เมื่อมีการนำมาเปรียบเทียบ คุณอาจจะค้นพบว่าเสือภูเขาอีกระดับหนึ่ง จะมีลักษณะแตกต่างกันออกไป นับตั้งแต่น้ำหนักที่เบากว่า จัดหมุนที่ลื่นกว่า ระบบเกียร์ที่ปรับเปลี่ยนได้ราบรื่นกว่า และส่วนอื่น ๆ อีกมากมายที่มีเพิ่มเติมไปจากจักรยานเสือภูเขาระดับแรก แต่สิ่งหนึ่งที่คุณเองอาจจะคาดไม่ถึงนั่นก็คือ ระดับของราคาที่บ่งบอกได้ถึงประสิทธิภาพที่มากล้นเกินจะบรรยาย

เพราะราคาของจักรยานเสือภูเขาระดับนี้จะมีราคาค่อนข้างสูงขึ้นกว่าระดับแรกอย่างมาก แถมยังคงแบ่งระดับได้อีกหลากหลายระดับด้วยกัน เนื่องจากราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 20,000 – 100,000 บาทขึ้นไปเลยทีเดียว ซึ่งบางตัวอาจจะมีระบบสั่นสะเทือนทั้งข้างหน้าและข้างหลังเลยทีเดียว และนี่ก็คือส่วนหนึ่งที่คุณจะได้ค้นพบ กับจักรยานเสือภูเขาในแต่ละระดับที่ถูกแบ่งแยกออกมา

วิธีทำความสะอาดจักรยานหลังจากลุยน้ำ
July 2, 2014 — 12:58

ช่วงนี้หน้าฝน นักปั่นจักรยานทั้งหลายควรระวังในเรื่องของการลุยน้ำ ซึ่งปติเสธไม่ได้ในฤดูนี้ แต่อย่างไร วันนี้แอดมินมีวิธีทำความสะอาดจักรยานจากการลุยน้ำฝนกันมาพอสังเขปคะ..

วิธีทำความสะอาด


1. ล้างจักรยานด้วยน้ำสะอาด จะใช้ แชมพูล้างรถ แชมพูสระผม หรือ ผงซักฟอก แต่ผมจะใช้แชมพูถูกๆๆ แต่เค้าว่า น้ำยาล้างจานเนี่ยเยี่ยม รักษาสีรถด้วย ในส่วนของจานหน้า จานหลัง และโซ่ ผมใช้แปรงสีฟันเก่ามาแปรง


2. หลังจากที่ล้างเรียบร้อยรอบแรกแล้ว ขั้นต่อไป จะต้องเอาน้ำมันก๊าดคับมาล้างพวกจานหน้า หลัง โซ่ อีกที่


3. ล้างด้วยน้ำสะอาดอีกครั้ง


4. เช็ดรถให้แห้ง แล้วก็หยอดน้ำมันหล่อลื่น ก็ขึ้นอยู่กับกำลังทรัพย์คับ ถ้าตั๋งหน่อยก็ Finish line แต่ถ้าไม่เน้นก็ ใช้น้ำมันหยอดจักรก็ได้
แค่นี้จักรยานคุณก็ใหม่ พร้อมรอให้คุณไปลุยโคลนต่อไป

วิธีทำความสะอาดจักรยาน..
June 24, 2014 — 7:05

ช่วงนี้ก็เข้าฤดูฝนอย่างเต็มตัว.. เมื่อปั่นจักรยานแล้วโดนฝนมา หลายคนเป็นกังวลว่าเลอะแบบนี้ แล้วจะล้างอย่างไร??? วันนี้แก้ข้อสงสัยกัน ลองมาอ่านวิธีการล้างจักรยานหลังโดนฝนกันคะ

เตรียมอุปรณ์ในการล้าง

1 แชมพู-แฟ๊บ-อะไรก็ได้ ใช้ล้างรถอะ
2 WD-40 หรือสเปยร์อเนกประสงค์อื่นๆ
3 Super Lube
4 จาระบี
5 น้ำมันกาศ
6 แปลงสีพันเก่าๆ แปลงขัดยาง ผ้าเช็ดทำความสะอาด

ขั้นแรก อะไรถอดได้ก็ถอดให้หมด ไฟท้าย ไมค์ หลังอาน
จากนั้นก็เอา WD-40 หรือสเปรย์อเนกประสงค์อื่นๆ ฉีดไปที่โซ่ เฟืองท้าย จานหน้า ในท่อนั่ง(ที่ถอดหลักอานกับเบาะออกแล้ว) แกนโช๊ค จุดหมุนต่างๆในรถ (ถ้าเป้นรถFull SuS) บันได ตีนผี สับจาน ระบบเบรก เว้นแต่ ดุมล้อ กะโหลก ผ้าเบรกVเบรกและอุปกรณ์อื่นๆที่เป็นยาง ไม่ต้องฉีดสเปยร์ ครับ เดี่ยวมันกัดยางปวมไม่รู้ด้วยน๊า…แต่รู้สึกว่า WD-40 จะไม่ค่อยกัดวัสดุประเภทยางสักเท่าไร เราก็ฉีดไปแต่แป๊บเดียวเอง ไม่ถึง 15 นาทีเองมั้ง แล้วก็ล้างออกแล้ว

หลังจากฉีดสเปยร์แล้วก็ทิ้งไว้สักครู่ ให้น้ำยามันกัดคราบสรกปกออกสักนิด จากนั้นเราก็เอาน้ำประปาทั่วๆไป ล้างจักรยานนี่ละล้างไปเลย อย่างฉีดแรงๆโดยเด็จขาด โดยเฉพาะตามจุดหมุนต่างๆ แกนโช๊ค กะโหลก ถ้วยคอ … เดี่ยวน้ำเข้าไปขัง แล้วน้องสนิมจะแวะมาหา หลังจากนั้นก็ลงแชมพูหรือแฟ๊บก็ตามใจ โดยรอบแรก ใช้ล้างเน้นไปที่เฟืองหลัง โซ่ ใบจานหน้า ล้อ-ยาง และจุดที่สรกปกมากๆ รอบที่2 เราก็ล้างสี คราบสกปรกของตัวรถตามปรกติ จากนั้นก็ล้างน้ำธรรมดา อย่าลืม..หงายท้องจักรยานด้วย น้ำที่เข้าไปในตัวเฟรม และขังในจุดที่มองไม่เห็นจะได้ใหลออกมา

จากนั้นเช็ดด้วยผ้าแห้ง แล้วก็เอาจักยานทั้งคัน ไปตากให้แห้ง ให้โดนแดดสักหน่อย เพื่อไล้ความชื้นออกจากจักยาน และน้ำที่ขังอยู่ในจุดที่มองไม่เห็น

ต่อมา.. เคลือบเงา ควรใช้น้ำยาเคลือบเงาเช็ดบริเวณเฟรม อย่าเช็ดเบรคหรือขอบล้อด้วยน้ำยาเคลือบเงา เดี๋ยวจะเบรคไม่อยู่ไม่รู้ด้วยนะ

*ข้อควรระวัง*

* อย่าใช้ที่ฉีดน้ำความดันสูง ถ้าคิดว่ามีน้ำตกค้างอยู่บริเวณกระโหลก ถอดหลักอานแล้วคว่ำรถ ให้น้ำไหลออกมาให้หมด ผึ่งแดดให้แห้ง ถึงโปรจะใช้ที่ฉีดน้ำก็ใช่ว่าควรจะทำตาม โปรทีมมีสปอนเซอร์ อะไหล่ พร้อมเปลี่ยนเมื่อมีปัญหา มีช่างเซอร์วิสอุปกรณ์ ซ่อมเปลี่ยนได้ง่าย เสือหมอบโปรส่วนใหญ่ใช้แค่ฤดูกาลเดียวก็เปลี่ยนแล้ว แต่เราจ่ายเงินใช้เองหลายปี ก็ต้องดูแลรักษากันอย่างระวังครับ วิธีการดูแลรถย่อมไม่เหมือนกัน วิดีโอและภาพที่ลงเว็บวันนี้ใช้เป็นแนวทางได้ แต่ก็ต้องดัดแปลงตามความเหมาะสม

* ถ้ากลัวน้ำเข้ากระโหลกและถ้วยคอ พยายามอย่าให้น้ำไหลผ่านหลักอาน บริเวณกระโหลก และคอแฮนด์ ใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดเท่าที่จำเป็นก็พอถ้าไม่ได้เปื้อนเขรอะอะไร
* เลี่ยงการใช้ใช้ปั๊มลมเป่ากระโหลกและดุมล้อ จารบีมันจะไหลออกมาหมด และลมแรงๆ จะทำให้น้ำ ฝุ่น ทรายไหลเข้าไปในซีลแบริ่ง

สิ่งที่ควรทำก่อนออกปั่น ..
June 17, 2014 — 14:05

หลายคนอาจคิดว่า.. ก่อนปั่นจักรยานก็แค่วอร์มร่างกาย แค่นั้น ป่าวเลย มีหลายวิธีที่ก่อนออกปั่นเราควสรทำ มีอะไรนั้น ไปติดตามอ่านกันเลย

ทานอาหารให้เหมาะกับตน!
เราควรแยกอาหารสำหรับการฝึกออกกำลังกายและอาหารที่เราทานประจำวัน เพราะมันมีผลต่อประสิทธิภาพการปั่นโดยตรง (เรื่องการย่อยมีผลมาก) จริงอยู่ว่าเราควรจะทานอาหารจำพวกโปรตีนและผักเป็นหลัก และเหลี่ยงคาร์โบไฮเดรตจำพวกแป้งเชิงเดี่ยวที่จะทำให้เราอ้วนได้ง่ายๆ (ตามที่แนะนำในบทความตอนที่สอง) แต่ก่อนออกปั่นร่างกายเราต้องการพลังงานที่เข้าถึงง่ายและรวดเร็วซึ่งก็จะมาจากอาหารจำพวกแป้งทั้งหลายทั้งแหล่ การทานผักหรือเนื้อสัตว์เป็นจำนวนมากก่อนปั่นจึงไม่เหมาะสมเพราะระหว่างออกแรงระบบย่อยอาหารของเราจะทำงานได้ช้าลง

แยกตามการปั่น.

1. ปั่นเบาและสั้น (45-90 นาที)

ทานอะไร: ถ้าทานอาหารมาก่อนแล้วและไม่รู้สึกหิวก็ไม่จำเป็นต้องทานอะไรเพิ่มเท่าไร อาจจะแค่กล้วยสักลูกหรือขนมที่ให้พลังงานสักชิ้นสองชิ้นก็เพียงพอ

ทานตอนไหน: ก่อนการปั่นหรือระหว่างปั่นก็ได้ ไม่ต้องห่วงเรื่องการย่อยอาหาร

2. ปั่นเบาและนาน (2 ชั่วโมง+)

ทานอะไร: การปั่นเบาๆ และนาน หรือการปั่นแบบ endurance (หัวใจราวๆ zone 2) ร่างกายจะเผาผลาญไขมันที่สะสมในร่างกายเป็นหลัก อย่างไรก็ดีเราอาหารที่ให้พลังทันทีสำหรับชั่วโมงแรกของการปั่น และอาหารที่ให้พลังอย่างช้าๆ เมื่อเราเข้าสู่ชั่วโมงที่สอง ลองแซนวิชสักชิ้น โยเกิร์ตผสมผลไม้อบแห้ง หรือทานอาหารตามปกติแต่เน้นอาหารที่ย่อยง่ายสักหน่อย

ทานตอนไหน: ประมาณหนึ่งชั่วโมงครึ่งก่อนออกปั่น ไม่ต้องห่วงเรื่องการย่อยเช่นกันเพราะเราไม่ได้ปั่นหนักมาก

 

3. ปั่นหนักปานกลางและสั้น (45-90 นาที)

ทานอะไร: ปั่นหนักปานกลางอาจจะหมายถึงออกซ้อมกับกลุ่มที่ความเร็วสูงระดับหนึ่ง หัวใจประมาณโซน 2 ถึง 3 ปลายๆ ความหนักหน่วงที่เพิ่มขึ้นหมายความว่าร่างกายจะใช้พลังงานจากไกลโคเจนที่สะสมในกล้ามเนื้อเป็นหลัก ระบบย่อยอาหารก็จะทำงานได้แย่ลงเพราะร่างกายดึงเอาเลือดบริเวณที่ไม่สำคัญต่อการออกแรงอย่างท้องไปช่วยกล้ามเนื้อและระบบหมุนเวียนโลหิต อาหารที่เหมาะก็อาจจะเช่นแซนวิช ข้าวและกับข้าวที่ย่อยง่ายเป็นต้น

ทานตอนไหน: 2 ชั่วโมงก่อนปั่น เราต้องให้เวลาร่างกายย่อยอาหารสักพักแต่ก็ไม่นานเกินจนเริ่มหิว

 

4. ปั่นหนักปานกลางและยาว (2 ชั่วโมง+)

ทานอะไร: กรณีนี้อาจจะหมายถึงปั่นกับกลุ่ม ไม่เร็วและหนักมากแต่ระยะทางไกล เพราะฉะนั้นควรจะทานไว้ให้อิ่มเหมือนเติมน้ำมันไว้เต็มถังครับ เพราะฉะนั้นทานอาหารจำพวกแป้งเยอะสักหน่อย จะเป็นซีเรียล ขนมปังหน้าเนยถั่ว หรือข้าวแบบไทยๆ (เลือกกับข้าวที่ย่อยง่าย) ก็น่าจะเพียงพอ

ทานตอนไหน: 2 ชั่วโมงก่อนปั่น แต่กรณีนี้ปั่นนานอาจจะต้องพกอาหารอย่างกล้วยหรือแซนวิชที่ทานง่ายๆ ไปทานด้วย

 

5. ปั่นหนักและสั้น (45-90 นาที)

ทานอะไร: ปั่นหนักๆ ในระยะเวลาไม่นานเกินชั่วโมงครึ่งอาจจะหมายถึงการซ้อมที่ Threshold, Time Trial หรืออินเทอร์วัลหนักๆ กรณีนี้ร่างกายจะใช้ไกลโคเจนทั้งหมดเท่าที่เรามี เพราะฉะนั้นเราต้องทานให้มากพอที่จะไม่หมดกำลังก่อนซ้อมเสร็จ ระบบการย่อยก็จะทำงานแย่ลงอย่างเห็นได้ชัด เลือกทานคาร์โบไฮเดรตที่ย่อยง่ายอย่างขนมปังสัก 2-3 แผ่น ข้างและกับข้าวที่ย่อยง่าย (ง่ายจริงๆ นะ ไม่งั้นจะเอาเจียนได้) พาสต้า ผลไม้ และพวกถั่วหรือเม็ดทานตะวัน

ทานตอนไหน: 2-3 ชั่วโมงก่อนปั่น ควรให้ร่างกายย่อยอาหารให้เรียบร้อยดีเสียก่อน ก่อนปั่นประมาณ 15 นาทีเติมพลังสัก 100 แคลอรี (ประมาณกล้วยหนึ่งลูก) หรือจะเป็น energy bar ครึ่งแท่งตามด้วยเครื่องดื่มเกลือแร่สักอึก

พาปั่นจักรยาน
January 4, 2014 — 15:51

“ทริปทะลุใจกลางเมือง”
จุดเริ่มต้น : สวนเบญกิตติ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
ปลายทาง : สยามสแควร์
ระยะทาง : ประมาณ 3 กิโลเมตร
มีจักรยานทั้งที อย่าคิดว่าต้องไปปั่นแถบชานเมืองเท่านั้น เราสามารถปั่นเท่ๆ ไปอวดวัยรุ่นย่านใจกลางเมืองได้ ให้ใครๆ เห็นกันไปเลยว่าพาหนะดีๆ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แถมยังถึงจุดหมายตรงเวลาเป็นยังไง

เราเริ่มต้นกันที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ สามารถทะลุหลังที่จอดรถไปยังโรงงานยาสูบ ไปให้สุดทางที่มีรั้วกั้น จากนั้นจะเริ่มเห็นทางสีเขียวๆ (ซึ่งตอนนี้ออกไปทางเทาๆ ดำๆ เสียมากกว่า) ที่เรียกกันว่าทางเดินลอยฟ้านั่นเอง เราปั่นไปตามทางได้เลย ระหว่างทางมีต้นไม้เป็นหลังคาธรรมชาติบังแดดให้เราได้ด้วย เราจะพบกับทางยกระดับที่ลาดชันมากจำนวน 3 ครั้งด้วยกัน ขอแนะนำให้ลงจูงดีที่สุด เพื่อความปลอดภัยของตนเองและผู้ร่วมเส้นทาง

เผลอแป๊ปเดียว มาถึงสวนลุมพินีแล้ว ที่นี่อนุญาตให้นำจักรยานเข้าไปได้ แต่ต้องระแวดระวังกันสักหน่อย เพราะคนเน้นมาเดิน – วิ่งกันมากกว่าใช้จักรยานอย่างที่สวนรถไฟ เลือกออกที่ประตูแยกสีลม แล้วปั่นเข้าไปในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สามารถไปออกที่ถนนอังรีดูนังต์ได้ เลี้ยวขวาแล้วตรงไปอีกนิดก็ถึงสยามสแควร์แล้ว หากจะจอดจักรยานเพื่อลงช็อปปิ้งควรจอดในจุฬาฯ มากกว่า เพราะตอนนี้ห้างแถวนั้นยังไม่มีที่จอดจักรยานเป็นกิจลักษณะเลย น่าเสียดายจริงๆ

“ชมวิวสวนหลวง ร.9 รับลมริมบึง”
จุดเริ่มต้น : สุขุมวิท 101/1
ปลายทาง : บึงรับน้ำหนองบอน
ระยะทาง : ประมาณ 6.5 กิโลเมตร

สำหรับใครที่อยู่ย่านพระโขนง บางจาก ขอแนะนำเส้นทางอากาศดีและวิวสวย คือจากสุขุมวิท 101/1 จะปั่นไปออกท้ายซอย ถึงท้ายซอยเลี้ยวซ้ายไปสัก 300 เมตรจะมีทางลัดเลี้ยวขวาไปออกถนนศรีนครินทร์ ช่วงนี้รถเข้าออกเยอะต้องระวังกันหน่อย จากนั้นวิ่งตรงไปในซอยทางลัดประมาณ 700 เมตร จะมีสี่แยกแฟมิลี่มาร์ต เราเลี้ยวขวาไปออกฝั่งตรงข้ามพาราไดซ์ปาร์ค ด้านนี้จะไม่ค่อยมีรถใหญ่ แต่มีมอร์เตอร์ไซค์บ้าง

ปั่นต่อไปอีกไม่ไกลก็จะถึงถนนศรีนครินทร์ ข้ามแยกพาราไดซ์ ปั่นผ่านหมู่บ้านเสรีย์ ไปถึงสวนหลวง ร.9 ในสวนหลวงพอปั่นเล่นได้บ้างด้านถนนรอบนอก ด้านในก็มีลู่จักรยานปั่นรอบได้ แต่ต้องระวังเด็กขี่จักรยานกันหน่อยนะ

จากสวนหลวง เราปั่นจนไปถึงทางออกด้านถนนประเวศ จากประตูฝั่งประเวศเลี้ยวซ้ายไปร้อยกว่าเมตร ก็จะถึงปากซอยที่มีป้ายใหญ่ว่าบึงรับน้ำหนองบอน ตรงเข้าไปเกือบหนึ่งกิโลเมตรก็จะถึงบึงกว้างใหญ่ นั่งพักรับลมได้สบายๆ เส้นทางนี้จะมาช่วงเวลาเช้าหรือเย็นก็ได้ตามความสะดวก ได้บรรยากาศไปคนละแบบ

Next Page »