ข้อควรปฏิบัติในการดำน้ำเกาะทะลุ
July 30, 2013 — 6:45

ข้อควรปฏิบัติในการดำน้ำเกาะทะลุ

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าการดำน้ำถือเป็นกิจกรรมยอดฮิตสำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาชื่นชมความงามของโลกใต้ท้องทะเลที่เกาะทะลุแห่งนี้ ซึ่งมีทั้งในแบบของนักดำน้ำมืออาชีพ (อันนี้ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง) กับนักดำน้ำมือสมัครเล่น ที่ไม่เคยดำน้ำมาก่อนเลยแม้แต่ครั้งเดียว (อันนี้มีเยอะ และน่าเป็นห่วงอยู่ไม่น้อย) ซึ่งแต่ละคนนั้นก็มีความรู้ ความเข้าใจที่ไม่เหมือนกันในการปฏิบัติตัวเองอย่างไรให้ไม่ไปเป็นการรบกวนแนวปะการังที่มีความอ่อนไหวต่อสิ่งเร้าเป็นอย่างมาก ซึ่งโอกาสนี้เราลองมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับข้อปฏิบัติต่างๆ ของการดำน้ำที่นี่กันว่า เป็นอย่างไร

เริ่มกันด้วยความปลอดภัยที่จะต้องมาเป็นอันดับแรก ซึ่งที่เกาะทะลุแห่งนี้จะเน้นเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเรื่องเลวร้ายกับนักท่องเที่ยว หรือแม้แต่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจะโดยรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม ซึ่งหลักๆ ก็จะประกอบด้วย ไม่ทำการดื่มสุราหรือของมึนเมาทั้งหลายทั้งก่อน หรือระหว่างดำน้ำ ทั้งการดำน้ำตื้นและดำน้ำลึกไม่ควรทานอาหารให้อิ่มจัดก่อนมาดำน้ำ สำหรับนักดำน้ำมือใหม่พยายามดำน้ำให้อยู่ภายใต้การดูแลของผู้เชี่ยวชาญและปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัดและไม่ควรดำน้ำคนเดียว ควรมีเพื่อนหรือมีคู่ดำน้ำตั้งแต่สองคนขึ้นไปเป็นอย่างน้อยตลอดจนไม่ควรดำน้ำตรงบริเวณทางเข้าหรือทางออกของเรือเป็นอันขาด เพราะขณะไปดำน้ำ สิ่งที่อันตรายที่สุดคือการโดนเรือชน หรือถูกใบพัดเรือฟัน นักดำน้ำจึงควรป้องกันระวังตัวเองด้วยการไม่ว่ายเข้าใกล้เรือ ขณะเรือวิ่งเป็นอันขาด หากว่าเรือวิ่งเข้าให้เงยหน้ามองเรือ ผู้ขับเรือจะเห็นได้ชัดเจน

หากประสบปัญหาในขณะดำน้ำ ให้ยกมือข้างหนึ่งข้างโบกไปมาเหนือศรีษะ และให้ฟังข้อแนะนำจากเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยอย่างระมัดระวัง โดยทางเกาะทะลุนั้นมีผู้เชี่ยวชาญคอยให้การช่วยเหลืออยู่อย่างพร้อมเพรียง

นอกจากนี้การดำน้ำที่เกาะทะลุควรดำน้ำในช่วงเวลาและสถานที่ซึ่งผู้ควบคุมกำหนดให้ หลีกเลี่ยงช่วงที่มีคลื่น หรือกระแสน้ำแรง การดำน้ำลึกแบบสกูบาต้องมีบัตรดำน้ำ ควรปฏิบัติตามกฎอย่างเคร่งครัด และอย่าเรียนด้วยตัวเอง และที่สำคัญที่สุดได้แก่ คำเตือนของเจ้าหน้าที่ ผู้ดูแล และลูกเรือ เป็นสิ่งสำคัญมาก ผู้ดำน้ำจึงควรรับผิดชอบตัวเองและปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อไม่ให้เกิดอันตรายถึงชีวิต

อย่างไรก็ตาม เพื่อการท่องเที่ยวชมปะการังที่เกาะทะลุแห่งนี้ของคุณจะถูกบัณทึกอยู่ในความทรงจำอันแสนประทับใจได้ก็ด้วยการปฏิบัติตามคำแนะนำต่างๆ อย่างเคร่งครัด พยายามหลีกเลี่ยงการกระทำใดๆ ที่เจ้าหน้าที่เตือนเป็นอันขาด เพราะเราไม่มีทางรู้ได้เลยว่า อุบัติเหตุจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ การป้องกันสิ่งต่างๆ ไว้ก่อนล่วงหน้านั้น จึงเป็นการดีที่สุด

CREDIT : สีฟ้าทัวร์ ดำน้ำ เกาะทะลุ – เกาะสิงห์ http://www.taludiving.com

ความรู้ทั่วไปก่อนไปทัวร์ญี่ปุ่น
May 21, 2013 — 17:06

こんにちは!คน นิ จิ วะ คะผู้อ่านทุกท่าน:) ทักทายกันเป็นภาษาญี่ปุ่นกันสักหน่อย ก่อนที่จะเข้าเรื่องพาทัวร์ญี่ปุ่นท่านผู้อ่านทุกท่านต้องมาทำความรู้จักกับประเทศเขาก่อนน่ะคะ ประเทศญี่ปุ่น เป็นประเทศหมู่เกาะในภูมิภาคเอเชียตะวันออก ทวีปเดียวกับประเทศไทยเรานั่นเองค่าา >< และตั้งอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิก ทางตะวันตกติดกับคาบสมุทรเกาหลี และสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งมีทะเลญี่ปุ่นกั้น ส่วนทางทิศเหนือ ติดกับประเทศรัสเซีย มีทะเลโอคอตสค์ เป็นเส้นแบ่งแดน และสำหรับตัวอักษรคันจิของชื่อญี่ปุ่นแปลว่าถิ่นกำเนิดของดวงอาทิตย์ จึงทำให้บางครั้งถูกเรียกว่าดินแดนแห่งอาทิตย์อุทัยค่ะ ญี่ปุ่นมีเนื้อที่กว่า 377,930 ตารางกิโลเมตร นับเป็นอันดับที่ 61 ของโลก ใหญ่พอสมควรน่ะค่ะเนี่ยและเราจะพาทัวร์ญี่ปุ่นกันไหวมั้ย?..ไหวแน่นอนค่าา หมู่เกาะญี่ปุ่นประกอบไปด้วยเกาะน้อยใหญ่กว่า 3,000 เกาะ เกาะที่ใหญ่ที่สุดก็คือเกาะฮนชู ฮกไกโด คีวชูและชิโกกุ ตามลำดับ ส่วนตัวอยากไปเกาะฮนชูมากๆค่ะ เกาะของญี่ปุ่นส่วนมากจะเป็นหมู่เกาะภูเขา ซึ่งในนั้นมีจำนวนหนึ่งเป็นภูเขาไฟ เช่นภูเขาไฟฟูจิ ภูเขาที่สูงที่สุดในประเทศ เป็นต้น ประชากรของญี่ปุ่นนั้นมีมากเป็นอันดับที่ 10 ของโลก (โหหห!!) เมืองหลวงของญี่ปุ่นคือกรุงโตเกียวนั่นเองค่ะ ประเทศเขามีประชากรอยู่อาศัยมากกว่า 30 ล้านคน พูดถึงคนญี่ปุ่น พวกเขามีความอ่อนโยน และความเข้มแข็ง จึงทำให้ประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศในฝันของ ชาย และหญิง ที่อยากจะไปสัมผัสถึงที่คะ ทราบล่ะก็อยากไปใช่ไหมล่ะค่ะ แต่เดี๋ยวค่ะรู้แค่นี้ยังไม่พอ ท่านผู้อ่านต้องทราบลึกกว่านี้..

ต่อมาเรามาทัวร์ญี่ปุ่นในยุคก่อนๆกันดีกว่า:) คาดว่ามนุษย์เริ่มมาอาศัยในญี่ปุ่นครั้งแรกตั้งแต่ยุคหินเก่า เมื่อประมาณ 35,000 ปีก่อนพุทธศักราช หลังจากนั้น ยุคโจมงก็เริ่มต้นขึ้นเมื่อประมาณ 10,000 ปีก่อนพุทธศักราช ผู้คนดำรงชีวิตอยู่เริ่มด้วยการล่าสัตว์ และต่อมามีการพัฒนาวิธีการล่าสัตว์โดยใช้คันธนูและลูกธนู ตลอดจนมีการผลิตภาชนะเครื่องปั้นดินเผาใส่อาหารและเก็บรักษาอาหารมาจนถึงปัจจุบันค่ะ คำว่าโจมงในภาษาญี่ปุ่นแปลว่าลายเชือก และต่อมาสมัยประวัติศาสตร์ในประเทศญี่ปุ่นนี้มีหลายราชวงศ์ เอาเป็นว่าขอยกตัวอย่างล่ะกันน่ะค่ะ สมัยไทโช โชวะ หลังสงครามโลกครั้งที่ 1 เป็นยุคที่ประชาธิปไตยเริ่มเบ่งบาน หลังจากการพ่ายในสงครามภาคพื้นแปซิฟิกและเป็นประเทศเดียวที่ถูกทิ้งปรมาณู ญี่ปุ่นได้มุ่งพัฒนาประเทศที่มีอิสระและสันติภาพ และสมัยเมจิ พัฒนาประเทศให้เท่าเทียมกับอารยประเทศทางตะวันตก รัฐบาลได้กำหนดนโยบายหลักไว้ 3 ประการ คือ ร่ำรวยเข้มแข็ง สร้างเสริมอุตสาหกรรม อารยธรรมสมัยใหม่คะ 2สมัยนี้ เกิดขึ้นสมัยใหม่-สมัยปัจจุบัน กลางศตวรรษที่ 19 – ปัจจุบัน ส่วนเรื่องของธงชาติญี่ปุ่นที่ไม่รู้ก็ไม่ได้น่ะค่ะ ชื่อธงว่า”ธงฮิโนะมะรุ” ซึ่งธงนี้ถือกำเนิดขึ้นในระยะที่มองโกลรุกราน โดยพระภิกษุในพระพุทธศาสนารูปหนึ่งชื่อนิชิเร็น ได้คิดแบบธงพระอาทิตย์นึ้ขึ้นถวายสมเด็จพระจักรพรรดิญี่ปุ่น ซึ่งเป็นที่นับถือจากชาวญี่ปุ่น และต่อเนื่องใช้กันจนถึงปัจจุบันค่ะ

จากที่กล่าวมาเป็นประวัติของประเทศญี่ปุ่นแบบย่อๆให้ผู้อ่านทุกท่าน อ่านก่อนที่เราจะเริ่มทัวร์ญี่ปุ่น ดินแดงแห่งอาทิตย์อุทัยกันน่ะค่ะ ขอบคุณท่านผู้อ่านที่ติดตามมาจนถึงนี้น่ะค่ะ หวังว่าผู้อ่านได้ความรู้จากบทความเรื่องนี้ก่อนทัวร์ญี่ปุ่นน่ะค่ะ แล้วพบกันอีกน่ะค่ะ

การเดินทางไปยังที่ต่างๆ เมื่อไปทัวร์ฮ่องกง
March 22, 2013 — 4:44

เรื่องสำคัญอีกประการสำหรับผู้ที่เตรียมตัววางแผนไปทัวร์ฮ่องกงกันให้หนำใจนั้น นั่นก็คือ เรื่องการเดินทางคมนาคมต่าง ๆ ยามเมื่อคุณไปถึงที่ประเทศฮ่องกงเสร็จเรียบร้อยแล้ว เนื่องจากคุณจะได้เตรียมวางแผนการเดินทางให้สัมพันธ์กับสถานที่ที่คุณจะไปเที่ยว ทั้งที่กิน ที่ช๊อป ที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ หากได้วางงานวางแผนล่วงหน้าไว้อย่างเป็นระบบแล้ว บางทีคุณอาจเซฟทั้งเรื่องของต้นทุนในการเดินทาง และเซฟทั้งเรื่องของเวลาที่จะทำให้คุณสามารถเดินทางไปยังที่ต่าง ๆ ได้มากขึ้นกว่าเดิม จากเวลาที่มีตามกำหนดการของคุณเอง

สำหรับการเดินทางทัวร์ฮ่องกงนั้น ก็มีลักษณ์คล้าย ๆ กับหลายประเทศ ซึ่งเราสามารถเลือกเดินทางได้อย่างมากมาย ตามแต่ความสะดวกของแต่ละคน ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางทางอากาศ ทางน้ำ หรือทางรถยนต์เองก็ตาม ซึ่งแน่นอนย่อมรวมถึงการเดินทางด้วยรถไฟเข้าไปด้วยอย่างแน่นอน

เอาล่ะ เมื่อจะไปทัวร์ฮ่องกงกันแล้ว ขอเริ่มกันที่การเดินทางโดยรถไฟด่วนสายสนามบิน (Airport Express Line – AEL) กันก่อนดีกว่า โดยที่การเดินทางชนิดนี้สามารถรองรับผู้โดยสารที่จะเดินทางไปสถานีฮ่องกง และสถานีเกาลูน โดยใช้วลาเพียงแค่ 23 นาทีเท่านั้น ซึ่งค่าโดยสารเที่ยวเดียวจากสนามบินไปยังเกาะฮ่องกงราคา 100 HK$ โดยรถไฟจะออกในทุกๆ 10 นาที และเปิดให้บริการกับนักท่องเที่ยวและผู้คนทั่วไปตั้งแต่เวลา 5.50 – 1.00 น. ทุกวัน ซึ่งนอกเหนือจากนี้ยังมีบริการรถรับส่งนักท่องเที่ยวแบบไม่คิดมูลค่าไปยังโรงแรมต่างๆในฮ่องกง สำหรับผู้ใช้บริการ AEL อีกด้วย

นอกจากนี้การทัวร์ฮ่องกงยังมีการเดินทางโดยรถประจำทางให้ได้ลองใช้บริการกันอีกด้วย โดยมีการเปิดให้บริการกว่า 30 สาย ส่วนค่าโดยสารของรถประจำทางปรับอากาศอยู่ที่ระหว่าง 14 HK$ ถึง 45 HK$

อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่ไปทัวร์ฮ่องกงนั้น การเดินทางโดยเรือเฟอร์รี่ นับเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่หลายคนให้ความนิยม โดยเรือเฟอร์รี่นั้นวิ่งให้บริการระหว่างท่าเรือเช็คแลปก๊ก กับท่าเรือเทิน มุน ในเขตนิวเทอร์ริทอรี่ส์ โดยมีการเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 6.00 – 23.00 น. ของทุกวันไม่มีวันหยุดอีกด้วย

นอกจากนี้การทัวร์ฮ่องกงยังมีรถแท็กซี่ให้บริการเช่นเดียวกับประเทศอื่น ๆ รวมถึงการเดินทางในช่องทางของรถไฟฟ้าใต้ดินซึ่งบอกได้เลยว่าเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่สะดวกสบายและหลายคนให้การตอบรับเป็นอย่างดี

ทัวร์เกาหลี ประสบการณ์ดีๆมีไว้ไม่ตกเทรนด์
March 15, 2013 — 16:53

ประสบการณ์ทัวร์เกาหลีคงไม่มีใครปฏิเสธ ในปัจจุบันนี้นับจากกระแสคลั่งไคล้เกาหลีที่เกิดขึ้นในบ้านเรา ส่งผลให้หลายคนต่างมองหาโอกาสในการเดินทางไปเยือนดินแดนแห่งนี้บ้าง อย่างน้อยก็เพียงสักครั้งในชีวิต ไปตามดูสถานที่สวยงามแต่ละแห่งอย่างที่เคยเห็นกันในซีรี่ส์ต่าง ๆ ซึ่งแต่ละที่นั้นต้องบอกเลยว่ามีความสวยงามเป็นอย่างยิ่ง ส่งผลให้การทัวร์เกาหลีกำลังเป็นที่นิยมอย่างกว้างขวางของชาวไทยในเวลานี้

ทั้งนี้การทัวร์เกาหลีแม้ว่าจะไม่ใช่เรื่องยากอย่างในอดีต ทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ก็เพียบพร้อม แต่สำหรับคนที่ไม่เคยมีประสบการณ์ทัวร์เกาหลีมาก่อนนั้น ก็ควรที่จะหาความรู้เรื่องราวต่าง ๆ เกี่ยวกับดินแดนแห่งนี้เอาไว้บ้าง เพื่อประดับความรู้ก่อนเดินทางมุ่งหน้าตามความฝันให้ได้ในเร็ววัน สำหรับสาระสำคัญที่ควรรู้ไว้ก่อนไปทัวร์เกาหลีสำหรับผู้ที่ยังไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อนนั้น ก็มีอยู่หลายด้าน ทั้งเรื่องของสภาพดินฟ้าอากาศ สถานที่สำคัญ ๆ สถานที่ท่องเที่ยว ช๊อปปิ้ง หรือแม้แต่สถานที่สำคัญยามเกิดเรื่องฉุกเฉินต่าง ๆ รวมถึงการเดินทาง การกินอยู่ ตลอดจนการทำหนังสือเดินทาง ซึ่งแต่ละสิ่งที่กล่าวไปนั้น ล้วนมีความสำคัญด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น จะลืมข้อไหนไปแม้แต่น้อยไม่ได้เป็นอันขาด

อย่างไรก็ตาม โอกาสนี้เราลองมาเรียนรู้ข้อมูลต่าง ๆ ดังกล่าว ก่อนขึ้นเครื่องบินเดินทางไปทัวร์เกาหลี ดินแดนแห่งความฝันของใครหลายคน ที่ไม่ว่าจะต้องการไปกิน ไปช๊อป ไปเที่ยว ไปตามหาสถานที่สวย ๆ อย่างที่เคยพบเห็นกันตามซีรี่ส์เกาหลีต่างๆ ที่วางขายกันกลาดเกลื่อนในบ้านเราเวลานี้ ซึ่งไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย จะเคยมีประสบการณ์ทัวร์เกาหลีมาแล้วหรือไม่ ก็ไม่สำคัญ เพราะบางทีการทัวร์เกาหลีครั้งต่อไปอาจเป็นเรื่องที่สนุกสนานมากกว่าเดิม ด้วยข้อมูลใหม่ๆ ที่หลายคนอาจไม่เคยทราบมาก่อนก็เป็นได้

อย่างไรก็ตามการทัวร์เกาหลีไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไปในปัจจุบัน ทั้งค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่กล่าวได้เลยว่าไม่ได้สูงอย่างแต่ก่อน อีกทั้งในปัจจุบันบริษัททัวร์เกาหลีก็ผุดขึ้นมากมายอย่างกับดอกเห็ด ให้คุณได้เลือกตามกความต้องการของคุณเองอย่างถึงที่สุดอีกด้วย

ทัวร์สิงคโปร์สุขใจ ไปกันได้ชิลๆ
February 18, 2013 — 4:56

หากให้นึกถึงประเทศที่น่าท่องเที่ยวซึ่งได้รับความนิยมลำดับต้น ๆ ในย่านอาเซียนของเรานี้ เชื่อได้เลยว่าประเทศสิงคโปร์จะต้องถูกนึกถึงเป็นลำดับต้น ๆ อย่างแน่นอน

ด้วยความพร้อมในหลาย ๆ ด้าน ความสะดวก ความปลอดภัย สถานที่ท่องเที่ยว-วัฒนธรรมที่ดีงาม อาหารการกิน แหล่งช็อปปิ้ง ที่สำคัญคืองบประมาณที่สามารถไขว่คว้าได้ไม่ยาก ทำให้การทัวร์สิงคโปร์ได้รับความนิยมเป็นอย่างดีอยู่เสมอ หากใครที่กำลังสนใจไปเยี่ยมเยือนเมืองลอดช่องแห่งนี้ แต่ไม่รู้จะเตรียมตัวอย่างไร วันนี้เรามีสาระดี ๆ มาฝากกันแบบครบถ้วนแบบพร้อมแบกเป้ไปตะลุยทัวร์สิงคโปร์กันได้เลย

การเตรียม Passport / หนังสือเดินทาง ก่อนที่เราจะเดินทางไปทัวร์สิงคโปร์นั้น ต้องเตรียมทำหนังสือเดินทางการให้เสร็จเรียบร้อยเสียก่อน ซึ่งไม่ใช่เรื่องยาก โดยแบ่งเป็น 2 กรณี ดังนี้

1. ผู้ที่มีหนังสือเดินทางอยู่แล้ว หนังสือเดินทางนั้นต้องมีอายุเหลือไม่ต่ำกว่า 6 เดือน หากหนังสือเดินทางหมดอายุ สามารถต่อได้โดยเตรียมบัตรประชาชนพร้อมสำเนา 1 ชุด หนังสือเดินทางเล่มเดิม พร้อมค่าธรรมเนียมประมาน 1,000 – 1,500 บาท โดยสามารถยื่นคำร้องได้ด้วยตัวเองที่ กองหนังสือเดินทาง กรมกงศุล กระทรวงการต่างประเทศ โดยใช้เวลาทำการประมาณ 3 วัน

2. ผู้ที่ยังไม่มีหนังสือเดินทาง สามารถยื่นคำร้องโดยเตรียมสำเนาบัตรประชาชน พร้อมค่าธรรมเนียม 1,000 บาท จะได้รับหนังสือเดินทางภายใน 2 วันทำการ ซึ่งหากต้องการให้ส่งทางไปรษณีย์ก็สามารถทำได้โดยเตรียมค่าธรรมเนียม 35 บาท พร้อมแจ้งที่อยู่ที่รับให้ชัดเจน ใช้เวลาประมาณ 5 วันทำการ

สำหรับผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 15 ปี ต้องเตรียมสูติบัตรฉบับจริง (หากเป็นสำเนาจะต้องได้การรับรอจากเขตหรืออำเภอ) โดยให้พ่อหรือแม่มาลงนามต่อหน้าเจ้าหน้าที่ โดยเสียค่าธรรมเนียม 1,000 บาท และสำหรับผู้ที่มีอายุมากกว่า 15 ปี แต่ไม่เกิน 20 ปีนั้น สามารถยื่นเรื่องด้วยตนเองได้เลย โดยเตรียมสำเนาบัตรประชาชน และหนังสือยินยอมจากบิดา มารดา หรือหากไม่มีก็ไม่เป็นไร เพราะสามารถพาบิดามารดามาเซ็นรับรองได้ในวันรับหนังสือได้เลย เสียค่าธรรมเนียม 1000 บาทเช่นกัน เพียงแค่นี้เราก็ได้ไปทัวร์สิงคโปร์กันแบบชิลๆ ได้สมใจอยากแล้ว

Next Page »